google-site-verification=HzE9jT7SXYxZLYE2y770S_HWphUhlPW977bnp4moGhw พื้นไม้ลามิเนต 8 mm.12mm. คุณสมบัติและการใช้งาน UNIX - Chiangmailaminate

พื้นไม้ลามิเนต 8 mm.12mm. คุณสมบัติและการใช้งาน UNIX

Last updated: 2020-12-14  |  404 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พื้นไม้ลามิเนต 8 mm.12mm. คุณสมบัติและการใช้งาน UNIX

พื้นไม้ลามิเนตเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความทนทาน สวยงามและติดตั้งง่าย อีกทั้งยังราคาถูกถ้าเทียบกับพื้นไม้ พี้นไม้ลามิเนตมีองค์ประกอบหลายชั้นที่ถูกรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นชิ้นไม้ที่มีความทนทาน ชั้นบนสุดจะเป็นชั้นใสที่ใช้ป้องกันรอยขูดขีดหรือคราบต่างๆชั้นตกแต่งที่ทำให้ลามิเนตมีลายเหมือนของจริง ชั้นแกนกลางทำมาจาก fiberboard ที่มีความหนาแน่นปานกลางหรือสูง เพื่อใช้รับน้ำหนักและแรงกดจากการเดินไปมา ความแข็งแรงและความคงตัวจะเกิดจากชั้นล่างสุดที่ช่วยให้มันคงรูปร่างได้ ปัจจุบันพี้นไม้ลามิเนตมีระบบล๊อกที่เชื่อมต่อระหว่างแผ่นไม้ การเปลี่ยนจากการเชื่อมต่อด้วยกาวมาเป็นการเชื่อมโดยใช้กลไกเล็กๆน้อยๆก็ทำให้การติดตั้งเป็นไปได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

 

พี้นไม้ลามิเนต ส่วนมากจะมาพร้อมกับ Option ไร้กาว และมันเหมาะกับทุกลวดลายและพื้นผิว สามารถปรับใช้พี้นไม้ลามิเนตเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้ เคาท์เตอร์ ทำครัวเป็นผลิตภัณฑ์แรกๆที่ใช้กับเคาท์เตอร์ทำครัวก็สามารถนำมาปูพื้นได้ ลามิเนตเหมาะกับบริเวณที่ต้องการความทนทาน และในที่สุดมันก็กลายเป็นวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมมากทั้งในอเมริกาและที่อื่นๆทั่วโลก

 

ชั้นต่างๆของไม้ลามิเนตคืออะไร และพวกมันทำมาจากอะไร

พี้นลามิเนตเหมาะ ที่จะใช้กับบริเวณที่มีผู้คนคับคั่ง มันสร้างมาจากโครงสร้างที่แข็งแรง ใช้งานได้หลากหลายและดูเหมือนไม้จริง ชั้นต่างๆของลามิเนตนั้นก็ช่วยทำให้ไม้ลามิเนตมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด พื้นไม้ลามิเนตมีลายให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็น ไม้หิน เซรามิก และลายอื่นๆ

 

ไม้ลามิเนต มีส่วนประกอบ 5 ส่วน ดังนี้

1. Overlay: ผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนตชั้นบน:

ผิว หน้าของมันจะถูกเคลือบด้วยสารประกอบของเรซิ่น ที่ประกอบไปด้วยสารเคลือบหลายอย่างเช่น อลูมิเนียมออกไซด์ หรือเมลามิน หนาถึง 45 กรัมต่อตรม. ซึ่ง โดยปกติ มาตรฐานจะอยู่ที่ 38 กรัมต่อตรม. จึงทำให้ผิวหน้ามีความเเข็งเเรง ทนทานต่อรอยขีดขูด สิ่งเหล่านี้จะเสริมความแข็งแกร่งของลามิเนต

http://www.diloproducts.com/briefcase/gallery/JoWPZaKSat31912.jpg

 

2. Decorative Layer Paper: ชั้นตกแต่ง

ก็คือชั้นของรูปภาพนั่นเอง เป็นส่วนที่ทำให้ลามิเนตมีคุณสมบัติการเลียนแบบพื้นผิวธรรมชาติอย่างเช่นลาย ไม้ทำให้พื้นไม้ลามิเนตมีความเหมือนของจริงมาก  ณ ปัจจุบัน DILO Laminate Flooring จำหน่ายและให้บริการ พื้นไม้ ทั้งหมด 3 รุ่น รวมแล้วกว่า 26 สีสัน

 

3. Core layer-Fiberboard: แกนกลางแผ่นไม้ HDF

ชั้นของแผ่นได้บดผสมกาวเรซิน อัดด้วยความร้อนและแรงดันสูง โดยใช้กรรมวิธีการผลิตพิเศษได้รับมาตรฐาน E.1 จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดภัยจากสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนแกนกลางของลามิเนตที่ช่วยรับน้ำหนักและแรงกดจากการเดิน ความหนาแน่นสูง HDF =900 กรัม/ตารางเมตร ที่มีความทนทานและทนต่อความชื้น และเรซิ่นอิ่มตัวก็ทำให้มันมีความแข็งมาก

 

Core layer-Fiberboard

ค่ามาตรฐานความหนาแน่น

HDF

880-920 kg/m3

MDF

680–830 kg/m3

 

4. Click Lock System & Paraffin Wax: ลางลิ้นระบบคลิกล๊อค เคลือบสารพาราฟินแวกซ์

ระบบการติดตั้งที่ดีที่สุด ทำให้ได้รอบต่อของแผ่นไม้เรียบสนิท โดยไม่ต้องใช้กาวในการติดตั้ง ผนวกกับเคลือบสารพาราฟินแวกซ์ บริเวณส่วนคลิกล๊อค เพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าถึง

 

5. Balancing Stability Layer: แผ่นปิดผิวชั้นล่างป้องกันความชื้น

ชั้นล่างสุดก็คือชั้นที่ช่วยเรื่องความคงตัวและให้เสถียรภาพกับพื้นไม้ และป้องกันความชื้น

 

AC Rating ของพื้นไม้ลามิเนตคืออะไร?

AC rating คือคำที่ใช้บอกถึงระดับความทนทานของพื้นไม้ลามิเนต มันถูกใช้โดยองค์กรอิสระที่ชื่อว่า European Producers of Laminate Flooring (EPLF) AC rating เป็นโค้ดบอกความทนต่อแรงบีบอัดของพื้นไม้ลามิเนต ซึ่งช่วยให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น การกำหนด AC rating นั้น จะต้องมีการทดสอบหลายอย่างเช่น ความทนทานต่อการไหม้ รอยข่วน คราบ และการกระแทก และยังทดสอบไปถึงความทนทานต่อขาของเฟอร์นิเจอร์ ฐานเก้าอี้ หรืออะไรก็ตามที่ต้องวาง และเคลื่อนย้ายบนพื้นด้วย พื้นไม้ลามิเนตจะได้ตรา AC rating ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ผ่านแม้แต่ขั้นเดียวก็จะไม่ได้ใช้สัญลักษณ์ AC rating ทันที ระดับของ AC rating นั้นจะพิจารณาร่วมกับผลการทดสอบ และสถานที่ที่จะนำไม้ลามิเนตนั้นไปใช้ด้วย คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับ AC rating ระดับ AC rating ต่างๆจะแสดงใน diagram ข้างล่าง อธิบายถึงวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์และความทนทาน ระดับต่างๆจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

ระดับที่อยู่อาศัยและการค้า ซึ่งจะแบ่งย่อยออกไปตามความหนักเบาในการใช้งาน มีคนเดินผ่านไปมามาก (heavy) ทั่วไป (general) หรือปานกลาง (moderate) คำอธิบายของ AC rating สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องและการใช้งานที่เหมาะสมจะถูกอธิบายดังนี้

AC 1 : 21 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะกับห้องนอนหรือห้องรับแขก)

AC 2 : 22 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านทั่วไป : เหมาะกับห้องนั่งเล่นหรือห้องทานอาหาร)

AC 3 : 23 (ที่พักอาศัย, เดินผ่านมาก : ใช้ได้ทุกที่)

AC 3 : 31 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านปานกลาง : เหมาะจะปูห้องในโรงแรมหรือ Office เล็กๆ)

AC 4 : 32 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านทั่วไป : สำนักงาน, ภัตตาคาร, ร้านเสริมสวย, คาเฟ่)

AC 5 : 33 (สำหรับพื้นที่การค้า, เดินผ่านมาก : อาคารสาธารณะ, ห้างสรรพสินค้า)

ผู้ผลิตพื้นไม้ลามิเนตทุกรายจะถูกกำหนดให้ต้องทำตามมาตรฐานนี้เพื่อประโยชน์ของลูกค้า  ลูกค้าจะต้องตรวจสอบ AC rating ก่อนจะซื้อพื้นไม้ลามิเนตโดยต้องพิจารณาถึงระดับความทนทานที่ต้องการด้วย

 

พื้นไม้ลามิเนตมีคุณสมบัติอย่างไร?

1. พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อรอยขีดข่วน หรือกระทั่งกรงเล็บของสัตว์เลี้ยงของท่าน

2. พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแรงตกหรือกดกระแทก

3. พื้นไม้ลามิเนต ทนความร้อนของก้นบุหรี่ และคราบของนิโคตินสามารถเช็ดออกได้โดยง่าย

4. พื้นไม้ลามิเนต ไม่เป็นคราบ สามารถเช็ดออกได้ง่าย

5. พื้นไม้ลามิเนต สีและลายไม่ซีดจาง แม้จากการตากแดดโดยตรงก็ตาม

6. พื้นไม้ลามิเนต ดูแลรักษาความสะอาดง่าย และทนต่อน้ำยาทำความสะอาดต่างๆที่ใช้ภายใน บ้าน ไม่สามารถทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้

7. พื้นไม้ลามิเนต ปลอดภัยเนื่องจากพื้นลามิเนตไม่มีขั้นตอนการผลิตที่ต้องใช้สาร Dioxins จึงปลอดภัยต่อ สุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยพื้นผิวที่สะอาดถูกสุขอนามัยไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้

8. พื้นไม้ลามิเนต แข็งแรงมาก แม้การเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ทำให้เกิดรอย (สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเมื่อวางของหนักๆบนพื้นก็คือใช้สักหลาดรองส่วนที่ สัมผัสกับพื้นเท่านั้นเอง)

9. พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งได้ง่ายและเร็ว สามารถติดตั้งทับบนพื้นเดิมได้เลย

 

ข้อควรทำและควรเลี่ยงสำหรับพื้นไม้ลามิเนต

บอกได้ว่าพื้นไม้ลามิเนตนั้นไม่ต้องการการดูแลมาก แต่ก็มีบางสิ่งที่ควรจะนึกถึงไว้ก่อนที่จะเลือกซื้อ และควรนึกถึงเมื่อคุณได้ติดตั้งไปแล้ว ซึ่งประเด็นที่ควรพิจารณาก็มีดังนี้

 

ควรทำ :

คิดถึงสถานที่ที่คุณจะปูพื้น ตัดสินได้จากการเดินผ่านไปมาว่ามากน้อยขนาดไหนและระดับความชื้น เพื่อที่คุณจะสามารถตัดสินใจได้ว่าพื้นแบบไหนเหมาะที่สุด อย่าลืมเช็ค AC rating ด้วย

เลือกแผ่นรองที่สามารถป้องกันความชื้นที่มาจากใต้พื้นได้

อ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด

จ้างช่างมาถ้าคุณไม่แน่ใจว่าจะทำได้

ต้องมั่นใจว่าชั้นใต้พื้นได้ระดับ สะอาดและแห้ง

เมื่อคุณปูพื้นไม้ลามิเนต คุณควรจะเว้นระยะห่างจากเส้นรอบวงของบริเวณที่คุณจะปูสัก 10 มม. ซึ่งรวมไปถึงการเว้นระยะห่างนี้ให้กับเครื่องเรือนหรือวัสดุที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ด้วย คุณควรเว้นไว้เพราะต้องเผื่อการขยายตัวด้วย เมื่อใช้ไปพื้นไม้ลามิเนตจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ้าง

เมื่อปูพี้นไม้ลามิเนตไปแล้ว ถ้าเกิดมีอะไรหกลงพื้นก็ควรทำความสะอาดอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน

ใช้ไม้ม๊อบหมาดๆหรือเครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด

ใช้แผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยขีดข่วน

ถ้าทำได้ก็ให้ยกเฟอร์นิเจอร์หนักๆอย่าลากไปตามพื้น

นอกจากแผ่นรองขาแล้ว ให้ใช้ชิ้นผ้ารองเฟอร์นิเจอร์หนักๆใหญ่ๆก่อนที่จะเคลื่อนย้ายมันบนพื้นลามิเนตของคุณ ถ้ามันหนักมากก็อย่าลืมหาผู้ช่วยมาด้วย

ถ้าห้องของคุณถูกแสงแดดโดยตรงก็ควรปิดผ้าม่านหรือที่บังแดดเพื่อลดโอกาสการเกิดสีซีดจาง

หลีกเลี่ยง :

การปูพื้นไม้ลามิเนตบนพื้นพรม

ปูพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่ความชื้นสูง

ปูทั้งๆที่แถวแรกมันเบี้ยว แถวแรกมีความสำคัญต่อการปูพื้นที่เหลือทั้งหมดมาก

ใช้แว๊กซ์ น้ำยาขัดเงา หรือน้ำยาขัดพื้นทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต เพราะมันจะก่อความเสียหายได้

การเคลือบเงาหรือขัดพี้นไม้ลามิเนต

ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสบู่ หรือน้ำยาขัดเงาต่างๆบนพื้นไม้ลามิเนต

เดินบนพื้นไม้ลามิเนตขณะสวมรองเท้าส้นแหลม หรือรองเท้ากีฬาที่ปุ่มมีโลหะหรือเดือย

ราดน้ำลงบนพื้นเพื่อทำความสะอาด นั่นอาจทำให้พื้นไม้ลามิเนตของคุณกลายเป็นลอนๆได้

Powered by MakeWebEasy.com